ข่าวประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร .TH

ทีเอชนิค ร่วมเวทีเสวนา Data Resilience รับมือวิกฤติสายเคเบิลใต้น้ำ

on เมษายน 9, 2026        by Administrator

     มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย (ทีเอชนิค) เข้าร่วมเวทีเสวนา “Data Resilience: รับมือวิกฤติสายเคเบิลใต้น้ำ และยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอินเทอร์เน็ตของไทย” เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 จัดโดยสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและคลาวด์ไทย โดยมี ดร.เพ็ญศรี อรุณวุฒนามงคล ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ ร่วมเป็นวิทยากร แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภาคผู้ให้บริการ เพื่อสะท้อนแนวทางเสริมความพร้อมของประเทศไทยด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

     เวทีเสวนาครั้งนี้เน้นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการโครงข่าย และองค์กรด้านอินเทอร์เน็ต ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบ (Data Resilience) เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้น และยกระดับความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ

      ในมิติของโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ ดร.เพ็ญศรี ได้อธิบายถึงกลไกการทำงานของระบบอินเทอร์เน็ตว่า อุปกรณ์ต่างๆ จะสื่อสารกันผ่าน IP Address ขณะที่ผู้ใช้งานจะคุ้นเคยกับใช้ชื่อโดเมน โดยมีระบบ DNS ทำหน้าที่เชื่อมโยงทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลบนโลกออนไลน์

      ทีเอชนิคได้ขับเคลื่อนโครงการศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตในประเทศ Bangkok Neutral Internet Exchange (BKNIX) ซึ่งเปิดให้บริการต่อเนื่องมากว่า 11 ปี โดยนำ Root Server และ Instance ของโดเมนสำคัญระดับโลก รวมถึงโดเมนระดับบนสุดของไทยอย่าง .th และ .ไทย มาติดตั้งภายในศูนย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงในการใช้งานอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังมีผู้ให้บริการคอนเทนต์ (Content Provider) และคลาวด์รายใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาเชื่อมต่อที่ BKNIX จำนวนมาก

     “การมีโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้อยู่ภายในประเทศ ช่วยให้แม้ในยามที่สายเชื่อมต่อระหว่างประเทศบางเส้นประสบปัญหา การเข้าถึงเว็บไซต์และข้อมูลต่างๆยังคงทำได้อย่างรวดเร็ว และมีเสถียรภาพ เนื่องจากระบบสามารถรับส่งข้อมูลได้ภายในประเทศโดยตรง ลดการพึ่งพาช่องทางการเชื่อมต่อออกไปยังต่างประเทศ” ดร.เพ็ญศรี กล่าว

     ในช่วงท้ายของการเสวนา ได้มีการขยายประเด็นไปสู่ความท้าทายที่สำคัญยิ่งกว่าวิกฤตสายเคเบิลใต้น้ำ นั่นคือ “วิกฤตพลังงาน” โดย ดร.เพ็ญศรี ให้ความเห็นว่า ความเสี่ยงด้านพลังงานมีความน่ากังวลมากกว่า เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณมากเพื่อให้ระบบและเซิร์ฟเวอร์ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง หากเกิดสภาวะขาดแคลนพลังงาน ไฟฟ้าขัดข้อง หรือเชื้อเพลิงสำรองหมดลง ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้ระบบอินเทอร์เน็ตหยุดชะงักในวงกว้างจนไม่สามารถใช้งานได้

     นอกจากนี้ หากเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานหรือมีการจำกัดเส้นทางขนส่งพลังงาน อาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานพุ่งสูงขึ้นและนำไปสู่ภาวะวิกฤต ดังเช่นกรณีของประเทศบังกลาเทศที่เริ่มมีมาตรการจำกัดช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงโจทย์สำคัญว่า ในสภาวะที่ทรัพยากรพลังงานมีจำกัด เราจะวางแนวทางบริหารจัดการและจัดสรรอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

     ด้านคุณมรกต กุลธรรมโยธิน นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและคลาวด์ไทย กล่าวเสริมว่า เมื่อพิจารณาว่าดาต้าเซ็นเตอร์คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของประเทศ สมาคมฯ จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านพลังงาน เพื่อกำหนดแนวทางจัดลำดับความสำคัญ ในการจัดสรรทรัพยากร โดยกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานหลักควรได้รับผลกระทบเป็นลำดับสุดท้ายหากเกิดวิกฤต ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันกำหนดแนวทางรับมือและวางแผนยุทธศาสตร์ในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

     ทีเอชนิคยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าผลักดันบทบาทของประเทศไทยบนเวทีอินเทอร์เน็ตระดับสากล พร้อมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลในอนาคตอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The Story Thailand

Data Resilience: สายเคเบิลใต้น้ำขาด อินเทอร์เน็ตไทยรอดไหม?

ทันหุ้น

‘ไทย’มั่นคงอินเทอร์เน็ต เปิดแผนรับมือช่วงวิกฤติ

Tech Movement

บทสรุปงานเสวนา Data Resilience รับมือวิกฤตสายเคเบิลใต้น้ำ และยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านอินเทอร์เน็ตของไทย

MGR Online

เน็ตไทยยังเล่นได้ไหม หากสงครามลามถึงเคเบิลใต้น้ำขาด

กรุงเทพธุรกิจ

สงครามเขย่า ‘เส้นเลือดอินเทอร์เน็ตโลก’ ไทยกระทบแค่ไหน หากสายเคเบิลทะเลแดงขาด?

ประชาชาติธุรกิจ

สงครามสะเทือน “ความมั่นคงดิจิทัล” หนุนธุรกิจย้ายเซิร์ฟเวอร์กลับประเทศ

1 Digital Thailand

‘ไทยเสี่ยงต่ำ’ วิกฤติสายเคเบิลใต้น้ำไม่กระทบเส้นทางหลัก เผยทราฟฟิกยุโรปเพียง 5% กว่า 90% อยู่ในเอเชีย ด้านโครงข่ายสำรองมีแผนรับมือ

Share :